โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ | La-orutis Demonstration School
butterfly2
 
บทความ/งานวิจัย โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ | La-orutis Demonstration School

หากคิดที่จะเป็นครูิ


เล่นแบบไทยสุขใจกับธรรมชาติ


แนวคิดการพัฒนาหลักสูตรเพื่อการเรียนรู้ที่แท้จริง


การประดิษฐ์ของเล่นจากวัสดุธรรมชาติ


บทความสื่อ: ประโยชน์ของนิทาน เพลง คำคล้องจอง


รูปแบบศูนย์ความเป็นเลิศ : การศึกษาปฐมวัย (Model of Excellence Center: Early Childhood Education)


สื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชน พัฒนาเด็กได้มากกว่าที่คิด


การประเมินโดยใช้แฟ้มผลงาน ( PORTFOLIO ASSESSMENT )


เลี้ยงลูกอย่างไร "ให้คิดเป็น" ?


ละอออุทิศกับวิถีทางการพัฒนาการศึกษาปฐมวัย


การพัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5


นักสำรวจน้อย : การพัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 (ภาค 2)


คุณพ่อคุณแม่... เปิดโอกาสให้หนูได้เรียนรู้ด้วยตนเองบ้าง


กิจกรรมการเคลื่อนไหวกับความสุขใจของเด็กปฐมวัยละอออุทิศ


 

 














 

 

 

 



 

 



 

 

 

 

 



ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรุณศรี จันทร์ทรง
ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ (ฝ่ายอนุบาล)



เมื่อกล่าวชื่อโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของรัฐ   บุคลากรในวงการศึกษาปฐมวัยน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักชื่อ “ โรงเรียนสาธิตอนุบาลละอออุทิศ”  หรือ “โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ”     การเป็นสถานศึกษาที่เก่าแก่ทางด้านการจัดการศึกษาปฐมวัยย่อมมีวิถีทางที่เป็นอัตลักษณ์ของตนเอง  ในวาระที่ครบ ๗๐ ปี ของโรงเรียน  ผู้เขียนขอเล่าวิถีทางการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยในด้านวิชาการของโรงเรียน  จากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนที่ครึ่งหนึ่งของชีวิตได้ผูกพันกับสถานศึกษาแห่งนี้


ในปี พศ ๒๕๓๑ ผู้เขียนเข้ารับราชการเป็นครูใหม่ที่โรงเรียนสาธิตอนุบาลละอออุทิศ (ชื่อเรียกในสมัยนั้น)    จำได้ว่าได้เข้าพบ ผศ. อารยา สุขวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ท่านสัมภาษณ์และดูบุคลิกก่อนที่จะกำหนดชั้นให้ผู้เขียนสอน   เมื่อทราบชั้นที่จะสอนท่านได้บอกให้ไปเป็นครูช่วยครูรุ่นพี่    ความรู้สึกในตอนนั้นไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไรมากมาย   กลับมีความรู้สึกสบายใจมากขึ้นเพราะทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้การทำงานของโรงเรียนจากรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์   รุ่นพี่ที่ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์การทำงานและบทบาทหน้าที่ของครูประจำชั้นตามวิถีทางของโรงเรียน  การมีรุ่นพี่คอยบอก คอยสอนหรือแนะนำเทคนิคต่าง ๆ   การสอนงานในหน้าที่ครูให้กับผู้เขียนไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม   ส่งผลให้ผู้เขียนเข้าใจและเรียนรู้บทบาทหน้าที่ ในการเป็นครูละอออุทิศมากยิ่งขึ้น  ทำให้การเป็นครูใหม่ของผู้เขียนไม่เครียดกับการปรับตัวในการทำงานมากเกินไป    เมื่อถึงวันที่ต้องก้าวออกมาเป็นครูประจำชั้นอย่างเต็มตัวประสบการณ์ที่ได้รับทำให้ผู้เขียนมีความมั่นใจในตัวเอง และพร้อมที่จะเป็นครูอนุบาลเต็มตัว  และนี่เป็นวิถีทางการฝึกครูใหม่ให้เรียนรู้งานที่ยังคงปฏิบัติสืบต่อกันจวบจนทุกวันนี้ 


ปี พศ ๒๕๓๒ ผู้เขียนได้รับประสบการณ์ในการเป็นผู้ร่วมเขียนแผนการจัดประสบการณ์ ซึ่งอาจนับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนได้รวบรวมและจัดทำแผนการจัดประสบการณ์และพิมพ์เผยแพร่  ในการจัดพิมพ์ครั้งนั้นผู้เขียนจำได้ว่านอกจากจะทำให้ครูผู้สอนได้เข้าใจรูปแบบการจัดประสบการณ์และดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนอย่างชัดเจนแล้ว  ยังเป็นการเผยแพร่ผลงานในรูปแบบงานวิชาการของโรงเรียนเป็นครั้งแรกอีกด้วย และในช่วงปีนี้เองที่ทางโรงเรียนได้ทดลองขยายรูปแบบการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย  โดยจัดทำโครงการทดลองบ้านสาธิต รับเด็กนักเรียนอายุระหว่าง ๒ - ๓ ปี   คำว่า บ้านสาธิต  มาจาก การจัดสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้ให้กับเด็กโดยสร้างเป็นบ้าน   ภายในบ้านแต่ละหลังได้ออกแบบเป็นห้องต่าง ๆ เช่น  ห้องเรียน  ห้องน้ำ ห้องครัว  ห้องนอน  แต่ละห้องใช้เป็นห้องการเรียนรู้ของเด็ก   ส่วนคำว่า สาธิต  มาจากการสาธิตรูปแบบวิธีการจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กช่วงอายุต่ำกว่า ๓ ขวบ  นับเป็นต้นแบบการจัดการศึกษาให้กรมการฝึกหัดครูนำผลไปขยายต่อในวิทยาลัยครูแห่งอื่น ๆ ต่อไป 


ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารในการพัฒนาเด็กปฐมวัย   นอกเหนือจากการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ด้านต่าง ๆ ให้กับเด็กในลักษณะกิจกรรมหลักของโรงเรียนในรูปแบบกิจกรรมกลุ่ม กิจกรรมเสรี กิจกรรมกลางแจ้ง  กิจกรรมสงบ  แล้วนั้น  ทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมเสริมพิเศษให้เด็กได้รับประสบการณ์เฉพาะด้านเพิ่มเติมจากกิจกรรมดังกล่าว  โดยเรียกกิจกรรมที่จัดนี้ว่า  กิจกรรมเสริมพิเศษ  ประกอบด้วย   กิจกรรมดนตรี   กิจกรรมศิลปะ  กิจกรรมคอมพิวเตอร์  กิจกรรมพลศึกษา   กิจกรรมห้องสมุดนิทาน   กิจกรรมห้องสมุดของเล่น  โดยเด็กได้ทำกิจกรรมสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง  ๆ  ละประมาณ  ๓๐ นาที   แต่ละกิจกรรมมีวัตถุประสงค์และรูปแบบการจัดกิจกรรมดังรายละเอียดต่อไปนี้


  • กิจกรรมดนตรี     เป็นกิจกรรมที่จัดในลักษณะการเชื่อมโยงหรือบูรณาการเข้ากับหน่วยการเรียน เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนาและแสดงออกทางด้านร่างกาย    จิตใจ อารมณ์ สติปัญญา อาทิ ความรู้   ความคิด ความจำ สังคม   ค่านิยม การคิดหาเหตุผล การสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  ตลอดจนรฝึกให้เด็กได้พัฒนาตนเองให้เข้ากับกลุ่มและสภาพแวดล้อมของสังคมต่าง ๆ  

  • กิจกรรมพลศึกษา   เป็นกิจกรรมที่เด็กนักเรียนทุกระดับชั้นได้รับประสบการณ์โดยครูผู้สอนจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายและทรงตัว  การใช้ร่างกายทีละข้าง  การใช้ร่างกายสลับข้าง  โดยใช้กล้ามเนื้อใหญ่ ในรูปแบบการเล่นเกม การแข่งขัน  การละเล่นพื้นบ้านของไทย  

  • กิจกรรมคอมพิวเตอร์จัดในลักษณะกิจกรรมพิเศษสำหรับนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ ๒ – ๓ เรียนสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง  ๆ  ละ ๓๐ นาที  ลักษณะการเรียนการสอนเด็กเรียนรู้ในลักษณะกิจกรรมเดี่ยวและกิจกรรมกลุ่ม   (กลุ่มเล็กประมาณ ๓ – ๔ คน)  จากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะปลายเปิดให้เด็กได้เลือกทำกิจกรรมต่าง ๆ  อย่างสร้างสรรค์  

  • กิจกรรมศิลปะ   เป็นกิจกรรมที่สะท้อนความคิด จินตนาการชองเด็กผ่านการสร้างสรรค์เรื่องราวจากกิจกรรมศิลปะ เช่น การวาดภาพ  การระบายสี  การปั้น การพิมพ์  การประดิษฐ์เศษซัสดุ

  • กิจกรรมห้องสมุดนิทาน  เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะทางภาษาให้กับเด็กปฐมวัยทั้งทางด้านการฟัง การพูด  การอ่านและการเขียน  ในห้องสมุดนิทานประกอบไปด้วยหนังสือนิทานที่เด็กสามารถเลือกอ่านได้อย่างอิสระจากหนังสือนิทานที่ครูเตรียมไว้เป็นหมวดหมู่  และทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามที่ครูประจำห้องสมุดนิทานจัดเตรียมไว้ให้ในแต่ละสัปดาห์   นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองที่สนใจสมัครเป็นสมาชิกห้องสมุดนิทานเพื่อยืมหนังสือนิทานกลับไปอ่านที่บ้านได้

  • กิจกรรมห้องสมุดของเล่น   เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กเลือกเล่นของเล่นที่แตกต่างจากของเล่นในห้องเรียนโดยครูจัดไว้ให้เด็กได้เลือกเล่นโดยอิสระในมุมประสบการณ์ต่าง ๆ  


ในปี พศ ๒๕๓๖ กระแสความนิยมนำเทคโนโลยีมาใช้ในวงการศึกษามีมากขึ้นโดยเฉพาะการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในสถานศึกษาแทบทุกระดับไม่เว้นแม้แต่ในระดับปฐมวัย  และเป็นประเด็นที่สำคัญที่นักวิชาการแสดงความคิดเห็นด้วยและคัดค้าน   ในช่วงนี้เองที่ผู้เขียนได้ลาศึกษาต่อที่คณะครุศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมีความสนใจในการทำวิทยานิพนธ์เรื่องคอมพิวเตอร์กับเด็กปฐมวัย  ในเสนอหัวข้อในการทำวิจัยเรื่อง  “ผลการใช้ศูนย์การเรียนคอมพิวเตอร์ที่มีผลต่อความคิดสร้างสรรค์ของเด็กอนุบาล”  เมื่อนำหัวข้อกลับมาปรึกษา ผศ. อารยา สุขวงศ์  ท่านเห็นด้วยและสนับสนุนให้ผู้เขียนในการทำวิจัยในเรื่องดังกล่าว พร้อมกับจัดตั้งโครงการห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยสั่งซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน ๓๐ เครื่อง  และจัดให้เป็นกิจกรรมเสริมพิเศษกิจกรรมหนึ่งเพิ่มเติมไปจากกิจกรรมดนตรี กิจกรรมศิลปะ กิจกรรมห้องสมุดของเล่น  กิจกรรมพละศึกษา และกิจกรรมว่ายน้ำ   การนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการเรียนการสอนของโรงเรียนในครั้งนี้  นับได้ว่าเป็นโรงเรียนอนุบาลกลุ่มแรก ๆ  ที่นำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการเรียนการสอน


ในปี พ ศ  ๒๕๓๘   เมื่อผู้สอนสำเร็จการศึกษาและกลับมาเข้ามาทำงานอีกครั้ง  ในครั้งนี้ผู้สอนเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวการพัฒนาโรงเรียนของผู้บริหารมากขึ้น ผนวกเข้ากับการห่างเหินจากบทบาทครูประจำชั้นไปร่วม ๔ ปี  ทำให้ผู้เขียนเริ่มสับสนว่าตนเองจะเริ่มต้นนำสิ่งที่เรียนมา  มาปรับใช้อย่างไรในโรงเรียน   นับเป็นความโชคดีที่ผู้เขียนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางด้านการศึกษาปฐมวัยกับ ดร.นภเนตร  ธรรมบวร  ซึ่งสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกทางด้านการศึกษาปฐมวัย  และกลับมาเป็นอาจารย์ผู้สอนโปรแกรมการศึกษาปฐมวัย   และได้มาศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับเด็กปฐมวัยที่โรงเรียน   ด้วยวัยเดียวกันทำให้ผู้เขียนและ ดร. นภเนตร  ธรรมบวรได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อคิดทางด้านการศึกษาปฐมวัยและปัญหาในการจัดการเรียนการสอนกันอยู่เสมอ     จนกระทั่ง ดร. นภเนตร  ชักชวนให้ผู้เขียนร่วมทำวิจัย ในลักษณะการบันทึกและสะท้อนเรื่องราวเกี่ยวกับการเรียนการสอนในห้องเรียนของผู้เขียน 


ผู้เขียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำวิจัยในแนวที่ รศ.ดร. นภเนตร ถนัดและเชี่ยวชาญ การทำวิจัยแนว Narrative Inquiry ในงานวิจัยเรื่อง “ ครูปฐมวัยกับการเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน ”  งานวิจัยเรื่องนี้ศึกษาคำตอบการเตรียมตัวของครูปฐมวัยเกี่ยวกับความรู้  ปัญหาและการแก้ไขในการสอน  ตลอดจนการสะท้อนความคิด การหยุดคิดทบทวนและวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ   ผู้เขียนอดคิดไม่ได้ว่าการเขียนบันทึกสะท้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในการเรียนการสอนในชั้นเรียนระหว่างผู้เขียนกับ ดร. นภเนตร  ธรรมบวร  เปรียบเสมือนกับการทำวิจัยในชั้นเรียนในปัจจุบันซึ่งในขณะนั้นยังไม่เป็นที่แพร่หลาย ด้วยความสนใจและความเป็นนักการศึกษาทางด้านปฐมวัยอย่างเต็มตัวของ ดร. นภเนตร  ธรรมบวร  รวมทั้งการให้ความสำคัญเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนสาธิตละอออุทิศและมักนำประเด็นทางด้านการศึกษาปฐมวัยมาเล่าหรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เขียนอยู่เสมอ   ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการทดลองนำนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้ในห้องเรียนของผู้เขียน  และนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนของผู้เขียนไปเล่าหรือถ่ายทอดประสบการณ์ให้นักศึกษาฟังอยู่สเมอ     นับว่าเป็นความร่วมมือระหว่างโปรแกรมวิชาการศึกษาปฐมวัย กับโรงเรียนสาธิตอย่างแท้จริง


     และในปีการศึกษา ๒๕๓๙  ดร. นภเนตร  ได้ศึกษาและให้ความสนใจในเรื่องการประเมินพัฒนาการเด็กในรูปแบบของการใช้แฟ้มผลงาน  หรือที่เรียกกันว่า Portfolio และนำมาทดลองใช้ในโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ   โดยครูประจำชั้นเป็นผู้จัดเก็บผลงานการเรียนรู้ของเด็กซึ่งแบ่งออกเป็นส่วนที่เด็กเลือก ส่วนที่ผู้ปกครองเลือก และส่วนที่ครูเป็นผู้เลือก ผลงานทั้งสามส่วนนี้จะถูกรวบรวมไว้ในแฟ้มผลงาน  และนำแฟ้มผลงานมาจัดแสดง  ในรูปแบบงานนิทรรศการแฟ้มผลงานเด็กขึ้นในห้องเรียนทุกห้องหลังสิ้นสุดการเรียนแต่ละภาคเรียน      

ปัจจุบันทางโรงเรียนยังได้นำแนวทางการประเมินผลพัฒนาการเด็กโดยใช้แฟ้มผลงานดังกล่าวมาใช้และพัฒนาปรับปรุงใช้ให้เหมาะสม  โดยเพิ่มในส่วนของการรายละเอียดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 


การให้รายละเอียดเกี่ยวกับนิยามศัพท์เฉพาะที่เกี่ยวข้องในการจัดเก็บแฟ้มผลงาน

ผลงานอิสระ    หมายถึง ผลงานที่เด็กเป็นผู้คัดเลือกจากผลงานต่าง ๆ  ที่ตนเองทำทั้งจากที่บ้านและที่โรงเรียน      หลังจากคัดเลือกผลงานแล้วเสร็จ เด็กต้องให้เหตุผลในการเลือกผลงานว่าเพราะเหตุใดจึงเลือกงานชิ้นนี้ โดยครูเป็นผู้บันทึกการแสดงความคิดเห็นของเด็กที่มีต่อผลงานของตนเอง และอ่านข้อความที่บันทึกให้เด็กฟัง   (ในกรณีที่เด็กสามารถเขียนได้เด็กจะเป็นผู้คัดลอกข้อความลงในแบบประเมินด้วยตนเอง)

ผลงานที่ผู้ปกครองเลือก  หมายถึง  ผลงานเด็กที่ผู้ปกครองคัดเลือกจากผลงานเด็กที่ได้รับจากครู  หรือคัดเลือกจากผลงานที่เด็กกับผู้ปกครองร่วมกันสร้างสรรค์   โดยพิจารณาคัดเลือกผลงานที่ดีที่สุดของเด็ก  และเขียนแสดงความคิดเห็น (ในทางที่ดี) ของตนเองที่มีต่อผลงานเด็ก  และอ่านข้อความดังกล่าวให้เด็กฟังอีกครั้ง ก่อนที่จะส่งกลับคืนให้ครูประจำชั้น

ผลงานเฉพาะ   หมายถึง ผลงานที่ครูเป็นผู้จัดเก็บโดยครูเป็นผู้กำหนดเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บและเขียนขั้นตอนการทำกิจกรรมในงานชิ้นนั้นอย่างละเอียดชัดเจน   โดยคำนึงถึงความสอดคล้องของหลักการจัดประสบการณ์ของโรงเรียนที่เน้นทักษะกระบวนการคิด  ทักษะการคิดทางวิทยาศาสตร์


รวมถึงเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับบทบาทของผู้เกี่ยวข้องในแฟ้มผลงาน ดังนี้

เด็ก

  1. สร้างสรรค์ผลงานจากกิจกรรมที่บ้านและที่โรงเรียน
  2. คัดเลือกผลงานตนเองที่ทำทั้งจากที่บ้านและที่โรงเรียน 
  3. สะท้อนความคิดเห็นจากผลงานของตนเอง  โดยบอกเหตุผลในการเลือกผลงานว่าเพราะเหตุใดจึงเลือกงานชิ้นนี้
  4. สะท้อนความคิดเห็นต่อผลงานของผู้อื่น โดยการกล่าวชื่นชมหรือข้อเสนอแนะในผลงานชิ้นนั้น ๆ

ผู้ปกครอง

  1. เมื่อได้รับผลงานเด็กจากครูประจำชั้น  พูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับผลงาน
  2. จากนั้น (อาจให้เด็กร่วม) พิจารณาคัดเลือกผลงานเด็กที่คิดว่าดีที่สุดหรือเป็นผลงานที่สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการ  การเรียนรู้ของเด็ก  และเขียนข้อคิดเห็นในทางที่สร้างสรรค์ต่อผลงานชิ้นนั้น  เมื่อเขียนเสร็จอ่านให้เด็กฟังและส่งกลับคืนครูประจำชั้น(ตามจำนวนครูระบุไว้)
  3. เข้าร่วมนิทรรศการแฟ้มผลงานโดยแสดงความคิดเห็นและพูดคุยกับครูเพื่อรับทราบความก้าวหน้าพัฒนาการของเด็ก

คร

  1. ศึกษาพัฒนาการ  จิตวิทยาการเรียนรู้ ทฤษฎีการเรียนการสอน หลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียน เพื่อดำเนินการจัดทำแผนการจัดประสบการณ์
  2. วางแผนการจัดทำผลงานเฉพาะเก็บผลงานโดยระบุขั้นตอนการทำและวัตถุประสงค์ของงานให้สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนการสอนในแผนการจัดประสบการณ์ที่ระบุไว้
  3. ดำเนินการจัดเก็บผลงานเฉพาะตามแผนที่กำหนดวางไว้และรวบรวมผลงาน (ผลงานอิสระ ผลงานที่ผู้ปกครองเลือก ผลงานเฉพาะ) เป็นรูปเล่ม
  4. วางแผนการจัดแสดงผลงานของเด็กในรูปแบบนิทรรศการแฟ้มผลงาน
  5. ประชาสัมพันธ์งานนิทรรศการแฟ้มผลงานให้ผู้ปกครองในรูปแบบต่าง ๆ 
  6. จัดแสดงนิทรรศการและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่แสดงถึงความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของเด็ก


การพัฒนาการศึกษาปฐมวัยของโรงเรียนสาธิตละอออุทิศเริ่มเด่นชัดขึ้นอีกครั้งเมื่อโรงเรียนได้จัดทำโครงการบ้านหนูน้อยและเปิดดำเนินการ ในเดือน กรกฎาคม  พศ ๒๕๔๐ โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อส่งเสริมความสำคัญในการพัฒนาเด็กปฐมวัยช่วงอายุต่ำกว่า ๒ ขวบ  มุ่งเน้นพัฒนาเด็กทุกด้าน  ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการทางด้านร่างกาย  อารมณ์  สังคม สติปัญญาและภาษา เพิ่มมากขึ้นจากการดูแลเด็กเฉพาะด้านสุขภาพอนามัยเพียงอย่างเดียว  การดำเนินการในโครงการนี้ ดร. นภเนตร  ธรรมบวร  ได้ทำวิจัยเพื่อหารูปแบบการจัดการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับเด็กต่ำกว่า ๓ ขวบ  โดยมุ่งเน้นการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัยและความร่วมมือของผู้ปกครอง      ผลจากการศึกษาดังกล่าวได้นำมาเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน


จากการปฏิรูปการศึกษา  ตามแนวพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนคิดเป็น  วิเคราะห์เป็น และสร้างองค์ความรู้ได้   จากหลักการดังกล่าวได้นำมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในการจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัยในโรงเรียนสาธิตละอออุทิศมากขึ้นเมื่อ ดร. นภเนตร  ธรรมบวร    จัดทำโครงการ “ การใช้นิทานเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิดในเด็กปฐมวัย ”  โครงการนี้เป็นโครงการทดลองที่เปิดรับสมัครให้ผู้ปกครองที่สนใจเข้าร่วมดำเนินกิจกรรม    ลักษณะการดำเนินกิจกรรมในโครงการดังกล่าวครูผู้สอนจะเป็นผู้ใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดให้แก่เด็กโดยเริ่มจากการจัดประสบการณ์ในกิจกรรมประจำวันที่มีความหมายต่อตัวเด็กและส่งเสริมให้เด็กคิดและแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่โดยการใช้คำถาม   

หลังจากสิ้นสุดโครงการ ดร. นภเนตร ธรรมบวร   ได้จัดอบรมและเผยแพร่ความรู้ ประสบการณ์  ตลอดจนเทคนิควิธีสอนที่ใช้ในโครงการดังกล่าว แก่คณะครูในโรงเรียนปัจจุบันรูปแบบการสอนด้วยวิธีการดังกล่าวได้นำมาปรับใช้เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักของโรงเรียน ที่เรียกว่า  กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด   รายละเอียดของกิจกรรมมีดังนี้  

กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด  เป็นกิจกรรมที่จัดในช่วงเวลาที่ส่งเสริมการอ่านให้แก่เด็กโดยกำหนดเวลาประมาณ ๓๐ นาที  หลังจากกิจกรรมหน้าเสาธง  ในช่วงเวลานี้ครูจะอ่านนิทานให้เด็กฟัง หลังจากฟังนิทานจบลง  ครูจะเป็นผู้ตั้งคำถามเกี่ยวกับนิทาน อาทิ มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในนิทาน  ถ้าหนูเป็นตัวละครในนิทานหนูจะทำอย่างไร  หรือใช้คำถามเพื่อให้เด็กได้จินตนาการ เช่น  หนูคิดว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร  คำถามเพื่อส่งเสริมการแก้ปัญหา เช่น  หนูมีวิธีช่วยลูกหมูปลูกบ้านอย่างไรให้แข็งแรง  เมื่ออ่านนิทานในลักษณะกลุ่มใหญ่เสร็จแล้วครูจะแบ่งเด็กเป็นกลุ่มย่อย เพื่ออ่านหนังสือนิทานร่วมกับเด็กอีกครั้ง   นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมโดยการเชิญผู้ปกครองเข้ามาเล่านิทานให้เด็กฟัง


ในส่วนการบริหารงานด้านวิชาการนั้น  ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ ๒๕๔๐  เป็นต้นมาโรงเรียนได้ให้ความสำคัญในพัฒนางานด้านวิชาการโดยเฉพาะการเรียนการสอนและการพัฒนาครู   โดยจัดให้มีการแบ่งสายงานเพื่อดำเนินการทางด้านวิชาการออกเป็นตามระดับชั้นที่เปิดสอน คือระดับชั้นบ้านหนูน้อย  บ้านสาธิต ชั้นอนุบาลปีที่ ๑ – ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ และเปิดโอกาสให้ครูแต่ละสายชั้นคัดเลือกครูในสายชั้นของตนเป็นผู้ประสานงานฝ่ายวิชาการ  ทำหน้าที่ดูแลงานด้านวิชาการของแต่ละสายชั้นและร่วมงานกับฝ่ายวิชาการในโอกาสต่าง ๆ  เช่น  การประชุมร่วมวางแผนงานวิชาการกับฝ่ายวิชาการ   การปรับปรุงหรือจัดทำแผนการสอน   การสร้างแบบประเมินความพร้อม แบบสังเกตพฤติกรรมด้านต่าง ๆ   การเปิดโอกาสให้ครูได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานฝ่ายวิชาการทำให้ครูได้เรียนรู้งานในด้านวิชาการของโรงเรียนและส่งผลให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในงานวิชาการมากยิ่งขึ้น   โดยเฉพาะการนำหลักสูตรหรือทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติในชั้นเรียน    ผู้เขียนได้มีโอกาสรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาตนเองของครู ได้จากการสรุปผลงานของวิชาการของแต่ละระดับชั้นทุกภาคเรียน  ซึ่งฝ่ายวิชาการกำหนดให้แต่ละสายชั้นนำเสนอผลงานทางวิชาการในสายชั้นตนเอง และเปิดโอกาสให้ครูในแต่ละสายชั้นแลกเปลี่ยนความรู้และซักถามเกี่ยวกับการจัดประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของสายชั้นตน   การสะท้อนความรู้ที่เกีดจากการปฏิบัติจริงในลักษณะเช่นนี้ผู้เขียนถือว่าเป็นการจัดการความรู้ทางด้านการศึกษาปฐมวัยที่มีอยู่ในองค์กรได้อย่างแท้จริง       



ในปี พศ . ๒๕๔๕ โรงเรียนเปิดการจัดการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เป็นครั้งแรก  โดยมีเด็กนักเรียนระดับปฐมวัยของโรงเรียนเข้าศึกษาต่อ   ถึงแม้ว่าจะเปิดดำเนินการในระดับประถมศึกษา  ผศ. อารยา สุขวงศ์  ยังให้ความสำคัญในการจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัยอย่างสม่ำเสมอ   โดยมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนการดำเนินการในรูปแบบของการประเมินผล อาทิ  การจัดทำบันทึกลูกรัก  เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารระหว่างครูกับผู้ปกครอง  โดยครูประจำชั้นจะเขียนบันทึกเรื่องราว พฤติกรรมหรือการเรียนรู้ของเด็กที่เกิดขึ้นระหว่างอยู่ที่โรงเรียนส่งให้ผู้ปกครองรับทราบ   และผู้ปกครองเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กในแง่ต่าง ๆ ส่งกลับคืนครูเพื่อให้ทราบถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ของเด็กเมื่ออยู่ที่บ้าน  การแลกเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กระหว่างครูกับผู้ปกครองในลักษณะดังกล่าวเป็นการเข้าถึงข้อมูลทีแท้จริง  และสามารถนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการพัฒนาเด็กต่อไป

หากมีคำถาม ถามว่าโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ สอนกระบวนการคิดอย่างไรให้กับเด็กอย่างไร   การสอนที่ส่งเสริมการคิดให้กับเด็ก  แบ่งออกเป็นการที่เน้นทักษะกระบวนการคิด  และการสอนที่เน้นทักษะการคิดทางวิทยาศาสตร์ การสอนการคิดทั้งสองแบบได้รับการวางรากฐานมาจาก ดร. นภเนตร  ธรรมบวร  (ผู้ที่วางรากฐานทักษะกระบวนการคิด)   และ  ดร. เฉลิมพล  เกิดมณี (ผู้วางรากฐาน ทักษะการคิดทางวิทยาศาสตร์)  การสอนที่ส่งเสริมการคิดทั้งสองรูปแบบเป็นแนวทางให้ครูโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ (ฝ่ายอนุบาล)  ยึดถือเป็นแนวการในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในปัจจุบันนี้


         

ในปี พศ ๒๕๔๙  โรงเรียนมุ่งพัฒนาครูให้สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมทักษะกระบวนการคิด   ดร. นภเนตร ธรรมบวร ได้จัดอบรมทักษะกระบวนการคิดให้กับคณะครูทั้งระดับอนุบาลและประถมศึกษา  โดยปูพื้นฐานสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการคิดสอนของโรงเรียนสาธิตละอออุทิศดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง  ในปี พศ  ๒๕๕๐ ดร. นภเนตร  ธรรมบวร ได้เชิญ ดร. เฉลิมพล  เกิดมณี  จากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTECH) มาอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้กระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนเชิงบูรณาการ  การอบรมในหัวข้อดังกล่าว ดร. เฉลิมพล ได้ให้ข้อคิดข้อเสนอแนะที่ชัดเจนเกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนทั้งในเรื่องการจัดทำหลักสูตร  บทบาทครู เทคนิคการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมทักษะกระบวนการคิด    การฝึกอบรมให้ครูผู้สอนในเรื่องดังกล่าวจัดต่อเนื่องจนถึง ปี พศ ๒๕๕๒   นับได้ว่าเป็นการอบรมบุคลากรในระยะยาวทำให้ครูมีความรู้ความเข้าใจและสามารถจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมทักษะกระบวนการคิดให้ครูมีความรู้เพิ่มมากขึ้นและได้ปรับเปลี่ยนโดยนำมาใช้ โดยเรียกกันว่า  ทักษะการคิดทางวิทยาศาสตร์     


ผลจากการอบรมครั้งนี้ได้นำมาปรับใช้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น   เมื่อมีการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา   ทางโรงเรียนได้กำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นทักษะกระบวนการคิด   และทักษะการคิดทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการจัดการเรียนการสอนโดยบูรณาการเข้ากับกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมหลักดังต่อไปนี้


  • กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด

  • กิจกรรมกลุ่ม

  • กิจกรรมเสรี

  • กิจกรรมกลางแจ้ง

  • กิจกรรมสงบ

ผู้เขียนขออธิบายเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับทักษะกระบวนการคิดและทักษะการคิดทางวิทยาศาสตร์ ที่เป็นหัวใจสำคัญในการพัมนาเด็กปฐมวัย ดังนี้


  • ทักษะกระบวนการคิด    หมายถึง  พฤติกรรมการเรียนรู้ (ความสามารถ) ที่เกิดจากการเรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติผ่านกิจกรรมด้วยวิธีการสื่อสาร  การแสวงหาความรู้ และการคิดด้วยวิธีต่าง ๆ  
    • ทักษะในการสื่อสาร  หมายถึง  ความสามารถรับข้อมูลความรู้สึกผ่านประสาทสัมผัสทั้ง ๕ โดยการเห็น การอ่าน การฟัง การดม การชิม การสัมผัส และท่าทาง นำข้อมูลเข้าวิเคราะห์สังเคราะห์ จดจำ และทำการแสดงออกผ่านการแสดงความรู้สึก ท่าทาง การพูด การบรรยาย การอธิบาย และการเขียน เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน
    • ทักษะการแสวงหาความรู้  หมายถึง  ความสามารถในการรับข้อมูลความรู้สึกผ่านประสาทสัมผัสทั้ง ๕ ที่กระตุ้นให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น กระบวนการสร้างคำถาม การแสวงหาคำตอบ การเก็บรวบรวมข้อมูล การเปรียบเทียบ การจัดหมวดหมู่    การเรียงลำดับ 

    • ทักษะการคิดชั้นสูง  หมายถึง ความสามารถในการหาสาเหตุของปัญหา การแก้ปัญหา การวางแผน การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การคาดคะเน  การพยากรณ์  การประยุกต์ความรู้ และการคิดเชิงนวัตกรรม


  • ทักษะการคิดทางวิทยาศาสตร์  หมายถึง  พฤติกรรมการเรียนรู้(ความสามารถ) ที่เกิดจากการเรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติจากขั้นตอนการคิดทางวิทยาศาสตร์  อันได้แก่ขั้นตอน  การใช้ประสาทสัมผัส  การซักถาม ความอยากรู้อยากเห็น   การเปรียบเทียบ การจัดกลุ่ม  การคิดเชื่อมโยง 
    • การใช้ประสาทสัมผัส  หมายถึง  การจัดประสบการณ์เรียนรู้ให้เด็กใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างเพื่อหารายละเอียดหรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่าง ๆ 
    • การซักถาม  หมายถึง การจัดประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให้เด็กตั้งคำถามเพื่อความรู้ ความจำ เป็นคำถามที่ทำให้เด็กนึกถึงเรื่องราว ประสบการณ์ สิ่งที่เคยเรียนรู้มา
    • อยากรู้อยากเห็น  หมายถึง  การจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความสนใจในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ  ที่อยู่รอบตัวหรือสิ่งที่ตนเองสนใจ
    • การเปรียบเทียบ หมายถึง  การจัดประสบการณ์เพื่อให้เด็กได้สังเกตและบอกลักษณะ ความเหมือนต่างของสิ่งของ เหตุการณ์ บุคคล สถานที่ 
    • การจัดกลุ่ม หมายถึง การจัดประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให่เด็กจำแนกหรือจัดกลุ่มวัตถุหรือเหตุการณ์ จากการใช้เกณฑ์ลักษณะที่เหมือนหรือแตกต่าง  โดยใช้เกณฑ์ของตนเองหรือเกณฑ์ที่ผู้อื่นกำหนดให้
    • การคิดเชื่อมโยง  หมายถึง  การจัดประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให้เด็กนำความคิดของตนเองปรับใช้กับสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่กำหนดให้

  • การพัฒนาให้เด็กมีความสามารถทางด้านทักษะกระบวนการคิดและทักษะการคิดทางวิทยาศาสตร์ได้ชัดเจนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น    เมื่อฝ่ายวิชาการและคณะครูได้ร่วมกันจัดทำแนวการจัดกิจกรรม ดำเนินการสอน และประเมินผลตามแนวทางการ  ส่งผลให้ระบบงานวิชาการของโรงเรียน  ตลอดจนจัดทำโครงการเพื่อสรุปหน่วยการเรียนในรูปแบบของนิทรรศการ  เพื่อให้ผู้ปกครองและบุคคลที่สนใจทางด้านการศึกษาปฐมวัยเข้าใจในรูปแบบการจัดการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น


    ด้วยวิสัยทัศน์ของ อธิการบดี  รศ. ดร. ศิโรจน์  ผลพันธิน  มี่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษาปฐมวัย  ในปี พศ ๒๕๕๑  โรงเรียนสาธิตละออออุทิศจึงได้เปิดสาขาที่ต่างจังหวัดขึ้นที่ จ.  นครนายก  เป็นแห่งแรก  และ ในเดือน พฤศจิกายน พศ  ๒๕๕๒ ได้เปิดโรงเรียนสาธิตละออุทิศที่สาขาลำปาง  โดยโรงเรียนสาธิตละอออุทิศทั้งสองแห่งได้ดำเนินการเรียนการสอนในรูปแบบโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ โดยบูรณาการเข้ากับบริบทในท้องถิ่น   การจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนและการดำเนินการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนทั้งสองแห่งได้รับคำแนะนำคำปรึกษาจากฝ่ายวิชาการของส่วนกลาง  โดยมีการนิเทศกำกับดูแลโดยตลอด


              ปัจจุบันโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ  จ นครนายก เปิดสอนในระดับบ้าน บ้านสาธิต ระดับชั้นอนุบาลปีที่ ๑ และ อนุบาลปีที่ ๒   มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น ๗๗ คน  จำนวนครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น  ๑๑  คน    ส่วนโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ จ ลำปาง เปิดสอนในระดับบ้านหนูน้อย  บ้านสาธิต ระดับชั้นอนุบาลปีที่ ๑ และ อนุบาลปีที่ ๒   มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น  ๑๒๓ คน  จำนวนครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น ๑๙   คน    


    จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นบทบาทส่วนหนึ่งของโรงเรียนสาธิตละอออุทิศในการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยด้านการจัดการเรียนการสอน   และหากไม่กล่าวถึงภาระกิจหลักประการสำคัญในการเป็นแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพสำหรับนักศึกษาสาขาการศึกษาปฐมวัย   ในการนำความรู้จากการเรียนภาคทฤษฎีลงมาสู่การปฏิบัติทั้งในรายวิชาที่เรียน  และการฝึกปฏิบัติในรายวิชา  การปฏิบัติงานวิชาชีพครู  ซึงการลงปฏิบัติงานของวิชานี้นักศึกษาต้องสังเกตและเรียนรู้การปฏิบัติงานในหน้าที่ครูปฐมวัย รวมทั้งวางแผนและทดลองปฏิบัติการสอนจริงโดยมีครูประจำชั้นเป็นผู้ให้คำแนะนำ  ในส่วนของรายวิชาการปฏิบัติงานในสถานศึกษา ที่นักศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยต้องลงปฏิบัติการสอนในโรงเรียนในระยะเวลา ๑ ปีการศึกษานั้น  ทางโรงเรียนได้กำหนดกิจกรรมให้นักศึกษาได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงตามหลักมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพครู  ตามข้อบังคับของคุรุสภา จากมาตรฐานความรู้ด้านต่าง ๆ ดังนี้


    • การพัฒนาหลักสูตร   ฝึกการวิเคราะห์ข้อดีข้อจำกัดการใช้หลักสูตรสถานศึกษาในห้องเรียน   การวิเคราะห์แผนการจัดประสบการณ์ของตน  และการจัดสัมมนาทางการศึกษาปฐมวัย

    • การจัดการเรียนรู้  ฝึกการจัดทำแผนการจัดประสบการร์ที่สอดคล้องกับปรัชญาและวิสัยทัศน์ของโรงเรียนและการประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยในการจัดการเรียนรู้   การจัดการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียยนเป็นสำคัญ  การวิเคราะห์สื่อการสอน

    • จิตวิทยาสำหรับครู   ฝึกการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก  และส่งเสริมความถนัดความสนใจของผู้เรียน 

    • การวัดและการประเมินผลการศึกษา   เรียนรู้และฝึกปฏิบัติโดยการจัดทำแฟ้มผลงานเด็กและแฟ้มผลงานครู

    • การบริหารและจัดการในชั้นเรียน  จากการออกแบบห้องเรียน เทคนิคการบริหารจัดการในห้องเรียน

    • การวิจัยทางการศึกษา   โดยการจัดทำวิจัยทางการศึกษาปฐมวัยและการทำวิจัยในชั้นเรียน

    บนเส้นทางการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยของโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ  ยังคงเหลือเวลาอีกยาวไกล   และยังคงขับเคลื่อนไปอย่างข้างหน้าด้วยหัวใจและพลังที่เต็มเปี่ยมของคณะครูและผู้บริหารที่มุ่งหวังให้ลูกศิษย์ที่รักเติบโตเป็นเป็นพลเมืองที่เป็น  “คนเก่งและคนดี” ของประเทศชาติต่อไป